BANNER

[TH] สวีเดนเตรียมลดอายุขั้นต่ำเหลือเพียง ๑๓ ปี สำหรับความรับผิดทางอาญาไว้


 ข่าวต่างประเทศ      31 Jan 2026

  


                        รัฐบาลสวีเดนประกาศแผนดำเนินการแก้ไขเกณฑ์อายุในความรับผิดทางอาญาจาก ๑๕ ปี ลดเหลือ ๑๓ ปี สำหรับอาชญากรรมร้ายแรงบางประเภท แม้จะมีเสียงคัดค้านจาก UN Committee on the Rights of the Child (UNCRC) ก็ตาม
                         ในแถลงการณ์เมื่อวันจันทร์ (๒๖ มกราคม ๒๐๒๖) นาย Gunnar Strömmer  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ระบุว่า สวีเดนกำลังเผชิญกับภาวะสถานการณ์ฉุกเฉินจากปัญหาที่เกิดจากกลุ่มอาชญากรรมชักชวนเด็กและเยาวชนให้ก่ออาชญากรรมร้ายแรง ซึ่งอายุในความรับผิดทางอาญาจะถูกลดลงเหลือ ๑๓ ปีสำหรับความผิดที่มีโทษจำคุกตั้งแต่ ๔  ปีขึ้นไป รวมทั้งคดีฆาตกรรม ข่มขืนแบบมีเหตุฉกรรจ์ และอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับอาวุธปืนแบบมีเหตุฉกรรจ์
                         ผู้กระทำผิดที่มีอายุน้อยจะต้องเผชิญกับบทลงโทษที่เข้มงวดมากขึ้น ผู้กระทำผิดอายุระหว่าง ๑๘-๒๐  ปี จะไม่สามารถอ้างเหตุลดโทษจากอายุได้อีกต่อไป และลดเกณฑ์การขอลดโทษสำหรับผู้กระทำผิดที่มีอายุระหว่าง ๑๕ ถึง ๑๗ ปี นอกจากนี้ การกำหนดอัตราโทษสูงสุดสำหรับผู้ที่อายุต่ำกว่า ๑๘ ปี จะถูกจำกัดให้ใช้เฉพาะกับผู้ที่มีอายุต่ำกว่า ๑๔ ปีเท่านั้น
                        รัฐบาลมีแผนจะบังคับใช้การเปลี่ยนแปลงนี้ตั้งแต่วันที่ ๓ กรกฎาคม ๒๐๒๖ เป็นต้นไป ซึ่งก่อนหน้านี้ คณะกรรมการ UNCRC ได้เรียกร้องให้รัฐบาลสวีเดนคงอายุขั้นต่ำสำหรับความรับผิดทางอาญาไว้ที่ ๑๕ ปี
นาย Strömmer  กล่าวว่า “พวกเรากำลังเผชิญต่อสถานการณ์ฉุกเฉิน และมาตรการที่เราดำเนินการนั้นต้องสะท้อนถึงความร้ายแรงต่อปัญหาดังกล่าว ยังต้องยอมรับและดำเนินการกับปัญหาทั้งสองด้าน กล่าวคือ เด็กเหล่านี้เป็นทั้งผู้กระทำผิดที่ใช้ความรุนแรงต่อชีวิตเด็กและผู้ใหญ่ต่างๆ ในขณะเดียวกันนั้น พวกเขาเหล่านี้ก็อาจเป็นเหยื่อที่ถูกคุกคามและข่มขู่ด้วยเช่นกัน นั่นหมายความว่าเราต้องทำหลายสิ่งควบคู่กันไป กล่าวคือ เราต้องปกป้องผู้คนในสังคมจากภัยความรุนแรงที่คุกคามต่อชีวิต จัดให้มีการเยียวยาที่เหมาะสมแก่เหยื่อ และในขณะเดียวกันก็ต้องดูแลและฟื้นฟูเด็กเหล่านี้ให้ดีกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบันด้วย”


ข่าวประจำวันที่  ๒๘ มกราคม ๒๐๒๖
แปลและเรียบเรียงจาก  Sweden to reduce minimum age of criminal responsibility to 13 | Irish Legal News
 *บทความในเว็บไซต์เป็นผลงานทางวิชาการของผู้เขียนเว็บไซต์ LawforASEAN / สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาไม่จำเป็นต้องเห็นพ้องด้วย
 

© 2025 Office of the Council of State.