BANNER

[TH] อดีตสตรีหมายเลข ๑ ของเกาหลีใต้ถูกตัดสินจำคุก ๒๐ เดือนจากข้อหารับสินบน


 ข่าวต่างประเทศ      31 Jan 2026

  


                     เมื่อวันพุธที่ ๒๘ มกราคม ค.ศ. ๒๐๒๖ ศาลกลางกรุงโซล (Seoul Central District Court) มีคำพิพากษาลงโทษจำคุก Kim Keon Hee อดีตสตรีหมายเลขหนึ่ง เป็นเวลา ๒๐ เดือนจากการรับสินบนเพื่อแลกกับผลประโยชน์ทางการเมือง โดยศาลพบว่า Kim มีความผิดจากการรับของขวัญคือกระเป๋ายี่ห้อ Chanel และจี้เพชรจากเจ้าหน้าที่ของ Unification Church โดยใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัว และกล่าวถึงการใช้อิทธิพลเหนืออดีตประธานาธิบดีด้วย แม้ว่า Unification Church จะยืนยันว่าของขวัญเหล่านั้นมอบให้โดยไม่ได้หวังผลตอบแทน แต่ศาลก็ตัดสินว่าของขวัญดังกล่าวถูกมอบด้วยเจตนาที่จะได้รับผลประโยชน์ทางการเมือง  นอกจากนี้ Kim ยังถูกสั่งให้จ่ายค่าปรับจำนวน ๑๒.๘ ล้านวอนและริบสร้อยเพชรดังกล่าว
                    ทั้งนี้ ศาลได้ยกฟ้องข้อกล่าวหาเรื่องการปั่นหุ้นและการละเมิดกฎหมาย Political Funds Act  โดยศาลให้เหตุผลว่าขาดหลักฐานที่เพียงพอ และใช้หลักกฎหมาย In Dubio Pro Reo หรือ เมื่อมีข้อสงสัย ให้ยกประโยชน์แห่งความสงสัยนั้นให้แก่จำเลย ซึ่งเน้นย้ำว่าความรับผิดทางอาญาไม่สามารถพิสูจน์ได้หากปราศจากหลักฐานที่ชัดเจน แต่พนักงานอัยการได้ประกาศจะยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาทั้งสองคดีดังกล่าว
                    เพื่อดำรงความยุติธรรมของคำพิพากษาที่มีทั้งส่วนที่กำหนดบทลงโทษและที่ยกฟ้องนั้น ศาลได้อ้างคติพจน์โบราณ
刑無等級 趣物而不兩  การลงโทษไม่แบ่งชนชั้น กฎหมายย่อมบังคับใช้ด้วยความเท่าเทียมกัน (Punishment knows no rank; the law  applies to all things equally) โดยยืนยันว่า
หลักนิติธรรมต้องถูกนำมาใช้บังคับโดยปราศจากข้อยกเว้นหรือการเลือกปฏิบัติ ไม่ว่าจำเลยจะเคยดำรงตำแหน่งสูงเพียงใดก็ตาม

                     คำพิพากษานี้เกิดขึ้นท่ามกลางการพิจารณาคดีหลายคดีที่สืบเนื่องจากการสอบสวนกรณีที่ Yoon Suk Yeol อดีตประธานาธิบดีได้ประกาศกฎอัยการศึกในปี ค.ศ.๒๐๒๔  ซึ่งมีผลบังคับใช้เพียงช่วงระยะเวลาสั้น ๆ และเรื่องอื้อฉาวต่าง ๆ ที่ตามมาในภายหลัง


ข่าวประจำวันที่ ๒๙ มกราคม ๒๕๖๙

แปลและเรียบเรียงจาก  https://www.jurist.org/news/2026/01/south-korea-former-fir
 *บทความในเว็บไซต์เป็นผลงานทางวิชาการของผู้เขียนเว็บไซต์ LawforASEAN / สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ไม่จำเป็นต้องเห็นพ้องด้วย

 

© 2025 Office of the Council of State.