BANNER

(TH) สหภาพยุโรปจะกำหนดความมั่นคงในการวิจัยไว้ในกฎหมาย


 ข่าวต่างประเทศ      31 Oct 2025

  


                      นาง Ekaterina Zaharieva คณะกรรมาธิการด้านวิจัยของสหภาพยุโรป (EU research Commissioner) ระบุว่ากฎหมายใหม่เกี่ยวกับความมั่นคงด้านการวิจัยจะถูกกำหนดไว้ใน European Research Area (ERA) Act ที่กำลังจะตราขึ้น โดยกฎหมายฉบับนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างภาระผูกพันทางกฎหมายและสร้างแรงจูงใจให้รัฐสมาชิกของสหภาพยุโรปร่วมกันสร้างตลาดการวิจัยเดียว (single market) คณะกรรมาธิการยุโรปแจ้งว่าจะนำความมั่นคงด้านการวิจัยรวมไว้ในกฎหมายฉบับนี้ตามเอกสารเชิญให้แสดงความคิดเห็นที่เผยแพร่เมื่อเดือนมิถุนายน ๒๐๒๕ แต่ Ekaterina Zaharieva ได้ยืนยันการดำเนินการดังกล่าวอย่างเป็นทางการแล้ว
                      มาตรการนี้คาดว่าจะเป็นการจัดพื้นฐานทางกฎหมายเพื่อสนับสนุนการปกป้องสหภาพยุโรปจากความเสี่ยงในด้านต่าง ๆ เช่น การถ่ายทอดเทคโนโลยีที่มีความสำคัญไปในทางที่มิควร อิทธิลพลที่เป็นภัยร้ายและการละเมิดจริยธรรมหรือความซื่อสัตย์ของต่างชาติ รายละเอียดต่าง ๆ ของกฎหมายมีแนวโน้มว่าจะไม่ถูกเปิดเผยจนกว่าคณะกรรมาธิการยุโรปจะเสนอฉบับร่างฯ ในปี ค.ศ. ๒๐๒๖
                      นอกจากนี้ จะดำเนินการตามโครงการริเริ่มเกี่ยวกับความมั่นคงในการวิจัยซึ่งเป็นข้อเสนอจากรัฐสมาชิกของสหภาพยุโรปเมื่อปี ค.ศ. ๒๐๒๔ ประกอบด้วยการจัดตั้งศูนย์ความเชี่ยวชาญด้านความมั่นคงในการวิจัยของยุโรป การสร้างแพลตฟอร์มที่ช่วยให้นักวิจัยสามารถประเมินความเสี่ยงจากการทำความร่วมมือระหว่างประเทศ และระเบียบวิธีทั่วไปสำหรับรัฐสมาชิกในการทดสอบความยืดหยุ่นขององค์กรที่ดำเนินการวิจัย จากการกล่าวสุนทรพจน์ของนาง Ekaterina Zaharieva ในที่ประชุมด้านความมั่นคงด้านการวิจัยครั้งแรกของคณะกรรมาธิการยุโรปที่จัดขึ้น ณ กรุงบรัสเซลส์ เมื่อวันที่ ๒๘ ตุลาคม ที่ผ่านมา
                      ความมั่นคงในการวิจัยนี้ได้กลายเป็นประเด็นสำคัญของการกำหนดนโยบาย เนื่องจากการแข่งขันด้านเทคโนโลยีในระดับโลกได้ทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศจีนซึ่งถูกมองว่าเป็นพันธมิตรด้านการวิจัยที่มีความเสี่ยงสูง เนื่องจากบางโครงการอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการรั่วไหลของความรู้ที่สำคัญไปสู่กองทัพของประเทศจีนได้


ข่าวประจำวันที่  ๓๐  ตุลาคม ค.ศ.๒๐๒๕
แปลและเรียบเรียงจาก EU to embed research security in law | Science|Business
 *บทความในเว็บไซต์เป็นผลงานทางวิชาการของผู้เขียนเว็บไซต์ LawforASEAN / สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาไม่จำเป็นต้องเห็นพ้องด้วย

 

© 2025 Office of the Council of State.