[TH] สวีเดนสั่งสอบเข้ม! ธนาคารใหญ่ Swedbank หลังถูกสหรัฐฯ เพ่งเล็งว่าระบบภายในเป็นไปตามกฎหมายต่อต้านการฟอกเงินหรือไม่
ข่าวต่างประเทศ
28 Feb 2026
เมื่อวันศุกร์ที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ค.ศ. ๒๐๒๖ มีรายงานว่า หน่วยงานกำกับดูแลด้านการเงินของสวีเดนจะดำเนินการตรวจสอบถึงระบบการตรวจสอบลูกค้าของธนาคาร Swedbank ว่ามีความเพียงพอต่อการปฏิบัติตามกฎระเบียบการต่อต้านการฟอกเงินของประเทศหรือไม่ ซึ่งถือเป็นอุปสรรคครั้งใหม่ของกลุ่มธนาคาร หลังจากที่ธนาคารดังกล่าวเพิ่งถูกทางการสหรัฐอเมริกาตรวจสอบเมื่อไม่นานมานี้
หน่วยงานกำกับดูแลทางการเงิน (Financial Supervisory Authority: FSA) ระบุในแถลงการณ์ว่า การตรวจสอบครั้งนี้ครอบคลุมช่วงเวลาตั้งแต่เดือนธันวาคม ค.ศ. ๒๐๒๓ ถึงเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. ๒๐๒๕ และจะมีการตรวจสอบมาตรการการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริง (Due diligence measures) ของธนาคารด้วย
วิธีการที่ธนาคารและบริษัทการเงินใช้ในการรับมือและป้องกันความเสี่ยงจากการฟอกเงินและการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายในการดำเนินการของตน ถือเป็นประเด็นที่ FSA ให้ความสำคัญเป็นอันดับต้น ๆ ในการกำกับดูแลของ FSA ประจำปี ค.ศ. ๒๐๒๖ ทั้งนี้ FSA ไม่ได้ระบุรายละเอียดเพิ่มเติมว่า การตรวจสอบครั้งนี้เป็นเพียงมาตรการตามปกติ หรือเป็นผลพวงมาจากข้อสงสัยเกี่ยวกับการกระทำที่ไม่ถูกต้องของธนาคาร Swedbank
Swedbank ได้ส่งคำถามทั้งหมดที่ Reuters ติดต่อสอบถามเกี่ยวกับการตรวจสอบประเด็นต่าง ๆ ดังกล่าวไปให้ FSA เพื่อให้หน่วยงานดังกล่าวเป็นผู้ชี้แจง
อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นของ Swedbank ปรับลดลงร้อยละ ๑.๓ ในเวลา ๘.๔๕ นาฬิกา ตามเวลาของลอนดอน ซึ่งต่ำกว่าดัชนีธนาคารยุโรปที่ปรับเพิ่มขึ้นร้อยละ ๐.๔
การตรวจสอบธนาคาร Swedbank ซึ่งเป็นผู้ให้สินเชื่อที่อยู่อาศัยรายใหญ่ที่สุดของสวีเดนครั้งนี้มีขึ้นภายหลังจากที่กระทรวงยุติธรรมของสหรัฐอเมริกา (U.S. Department of Justice: DOJ) ได้ทำการตรวจสอบตามข้อกล่าวหาเรื่องการฟอกเงิน ซึ่งปิดคดีไปในเดือนมกราคม ค.ศ. ๒๐๒๖ โดยไม่ได้กำหนดให้ธนาคารต้องชำระค่าปรับใด ๆ ทั้งนี้ การสอบสวนของ DOJ ต่อธนาคาร Swedbank
มีความเชื่อมโยงกับคดีอื้อฉาวการฟอกเงินในกลุ่มประเทศ Baltic ซึ่งถูกเปิดเผยครั้งแรกที่ธนาคาร Danske Bank
ข่าวประจำวันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙
แปลและเรียบเรียงจาก https://www.reuters.com/sustainability/swedens-fsa-investigate-whether-swedbank-complied-with-money-laundering-2026-02-20/
*บทความในเว็บไซต์เป็นผลงานทางวิชาการของผู้เขียนเว็บไซต์ LawforASEAN / สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ไม่จำเป็นต้องเห็นพ้องด้วย