BANNER

(TH) รายงานฉบับใหม่ของสหประชาชาติได้ตรวจสอบผลกระทบของมลพิษทางอากาศต่อประเด็นด้านสิทธิมนุษยชน


 ข่าวต่างประเทศ      31 Mar 2026

  


                     เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (๖ มีนาคม ๒๐๒๕) ผู้เชี่ยวชาญของสหประชาชาติออกมาเตือนว่ามลพิษทางอากาศกำลังมีส่วนทำให้เกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างแพร่หลายทั่วโลก พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลต่าง ๆ ดำเนินการอย่างเร่งด่วนเพื่อลดมลพิษและปกป้องสิทธิในการมีสิ่งแวดล้อมที่ดีต่อสุขภาพ
                    “การหายใจด้วยอากาศที่สะอาดเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อการสาธารณสุขและศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ และเน้นย้ำว่าระดับมลพิษที่มีอยู่ในปัจจุบันนี้กำลังกัดกร่อนสิทธิขั้นพื้นฐาน รวมถึงสิทธิในการมีชีวิต การมีสุขภาพที่ดี และสิทธิในการมีสิ่งแวดล้อมที่ดีต่อสุขภาพ” คำกล่าวของ Astrid Puentes Riaño ผู้รายงานพิเศษด้านสิทธิมนุษยชนเกี่ยวกับสิทธิในการมีสิ่งแวดล้อมที่สะอาด ที่ดีต่อสุขภาพ และมีความยั่งยืน ในรายงานที่นำเสนอต่อ UN Human Rights Council
                      ตามรายงานดังกล่าวระบุว่า ในแต่ละปีมลพิษทางอากาศเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรของผู้คนหลายล้านชีวิต และส่งผลกระทบอย่างไม่ได้สัดส่วนต่อประชากรกลุ่มเปราะบาง รวมทั้งเด็ก ผู้สูงอายุ และชุมชนที่มีรายได้น้อย  ซึ่งเน้นย้ำว่ารัฐบาลมีทั้งความรู้และเครื่องมือด้านนโยบายที่จำเป็นในการแก้ไขวิกฤตนี้อยู่แล้ว โดยเรียกร้องให้ออกระเบียบที่มีความเข้มงวดมากยิ่งขึ้นและการบังคับใช้กฎหมายเพื่อลดการปล่อยมลพิษจากเชื้อเพลิงฟอสซิล ภาคอุตสาหกรรม และการขนส่ง โดยในรายงานฉบับดังกล่าวได้มีการยกตัวอย่าง ประเทศญี่ปุ่น และประเทศเอสโทเนีย โดยทั้งสองประเทศได้ริเริ่มการนำผลกระทบต่อสุขภาพรายบุคคลมารวมไว้ในการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม
ในประเทศเอธิโอเปีย พบว่า ผลตอบแทนการลงทุนเพื่อลดมลพิษทางอากาศให้ผลตอบแทนทางด้านสุขภาพสูงกว่าปกติถึง ๗ เท่า แสดงให้เห็นว่าไม่จำเป็นต้องเสียสละงานด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อแลกกับการเติบโตทางเศรษฐกิจ
                       การยอมรับที่เพิ่มขึ้นนี้สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงของการกำกับดูแลสิ่งแวดล้อมระหว่างประเทศในวงกว้าง โดยสถาบันและผู้สนับสนุนต่างผลักดันกลไกการตรวจสอบที่เข้มแข็งยิ่งขึ้น

ซึ่งเชื่อมโยงการคุ้มครองทางด้านสิ่งแวดล้อมให้เข้ากับหน้าที่ด้านสิทธิมนุษยชน ในปี ค.ศ. ๒๐๒๒ สหประชาชาติได้รับรองสิทธิในการมีสิ่งแวดล้อมที่สะอาดและดีต่อสุขภาพว่าเป็นสิทธิมนุษยชนที่สามารถบังคับใช้ได้ตามกฎหมาย โดยประเทศต่าง ๆ ได้ลงนามใน Paris Agreement แม้ว่าหลายประเทศจะไม่ได้บังคับใช้ข้อตกลงนี้เป็นกฎหมายระดับชาติ แต่บราซิลได้ดำเนินการในระดับที่เหนือกว่านั้นโดยถือว่าข้อตกลงนี้เป็นสนธิสัญญาด้านสิทธิมนุษยชนในระดับประเทศ

                        แม้จะมีการก้าวนำไปสู่การกำกับดูแลด้านสิ่งแวดล้อม แต่ข้อผูกพันต่อสิทธิด้านสิ่งแวดล้อมในปี ค.ศ. ๒๐๒๖ นั้นยังไม่มั่นคง ตัวอย่างของ Mozambique แสดงให้เห็นถึงผลกระทบของการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยมีการลงทุนจากต่างประเทศจำนวนมากในอุตสาหกรรมด้านก๊าซธรรมชาติและน้ำมัน ในขณะเดียวกันก็เป็นหนึ่งในประเทศที่มีความเปราะบางต่อภัยพิบัติด้านสิ่งแวดล้อมอย่างมากที่สุด และรัฐบาลสหรัฐอเมริกาโดยประธานาธิบดี Donald Trump ได้ทำให้กฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมอ่อนแอลงด้วยการถอนตัวจาก Paris Agreement และ UN Framework Convention on Climate Change ตลอดจนการยกเลิกกฎเกณฑ์ที่จำกัดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก


ข่าวประจำวันที่  ๗ มีนาคม ๒๕๖๙

แปลและเรียบเรียงจาก  https://www.jurist.org/news/2026/03/un-expert-warns-air-pollution-threatens-human-rights-violations/
 *บทความในเว็บไซต์เป็นผลงานทางวิชาการของผู้เขียนเว็บไซต์ LawforASEAN / สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาไม่จำเป็นต้องเห็นพ้องด้วย
 

© 2025 Office of the Council of State.