BANNER

[TH] ผู้พิการชาวอังกฤษร่วมกันผลักดันร่างกฎหมาย Nina’s Law เพื่อให้ผู้ดูแลประจำสามารถเข้าไปดูแลผู้ป่วยที่มีความพิการในโรงพยาบาลร่วมกับบุคลากรทางการแพทย์ได้


 ข่าวต่างประเทศ      30 Apr 2026

  


                   Nina Parry หญิงคนหนึ่งที่ป่วยด้วยโรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง (Multiple Sclerosis: MS) วัย ๕๑ ปี จากเมือง Swindon เขต Wiltshire ประเทศอังกฤษ กำลังผลักดันกฎหมายใหม่ เพื่อให้ผู้ป่วยที่มีความพิการทางด้านร่างกายได้รับการดูแลช่วยเหลือเป็นพิเศษมากขึ้นในระหว่างที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล เธอกล่าวว่า ผู้พิการบางส่วนมีความกังวลว่าหากต้องเข้ารักษาในโรงพยาบาลอาจไม่มีผู้ดูแลที่จะคอยอยู่ช่วยดูแลอย่างใกล้ชิด
                   จุดเริ่มต้นของการรณรงค์เสนอร่างกฎหมายนี้เกิดมาจากการที่เช้าวันหนึ่งเธอตื่นขึ้นมาและคิดว่าจะเกิดอะไรขึ้นหากเธอต้องเข้าโรงพยาบาลและผู้ดูแลของเธอเป็นเพียงแค่ผู้เฝ้าไข้หรือญาติคนไข้เท่านั้น ทั้งที่เธอต้องการให้ผู้ดูแลของเธอทำหน้าที่ดูแลเธอตามเดิม โดยนับตั้งแต่ที่เธอเริ่มรณรงค์ เธอพบว่าหลายคน
มีความหวาดกลัวเกี่ยวกับการเข้าโรงพยาบาลว่าพวกเขาอาจไม่ได้รับการดูแลที่จำเป็น

                   แม้ปัจจุบันผู้ดูแลจะสามารถแสดงตัวต่อเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลและเสนอความช่วยเหลือในการดูแลผู้ป่วยในเรื่องการใช้ชีวิตประจำวันได้ เช่น การรับประทานอาหาร การช่วยเหลือผู้ป่วยในการสื่อสาร  แต่อย่างไรก็ตาม Nina Parry เห็นว่ายังไม่มีกฎหมายรองรับในเรื่องนี้จึงเสนอ Nina’s Law ซึ่งกำหนดให้บริษัทผู้ให้บริการในการดูแลผู้ป่วยต้องให้การดูแลผู้ป่วยในโรงพยาบาลอย่างต่อเนื่อง โดยเธอได้ประสานงานติดต่อกับหน่วยงานระบบดูแลรักษาสุขภาพแห่งชาติของอังกฤษ (National Health Service: NHS) เพื่อขอความเห็นแล้ว
                           Nina Parry ในฐานะผู้ป่วยที่ได้รับการดูแล เธอต้องพึ่งพาผู้ดูแลเป็นประจำ โดยเธอได้รับการดูแลจากผู้ดูแล ๒ คน วันละ ๔ ครั้ง แต่ปัญหาด้านประกันภัยอาจเป็นอุปสรรคต่อบริษัทผู้ให้บริการด้านการดูแลผู้ป่วย ในการที่จะส่งเจ้าหน้าที่ของบริษัทไปปฏิบัติงานในโรงพยาบาล
                   ซึ่งหากคำร้องขอของเธอมีผู้ลงชื่อครบ ๑๐๐,๐๐๐ รายชื่อ ร่างกฎหมาย Nina’s Law ที่เธอเสนออาจถูกนำเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา โดยปัจจุบันมีผู้ลงชื่อแล้ว ๔๗,๐๐๐ รายชื่อ อีกทั้งยังได้รับการสนับสนุนจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร  Roz Savage และ Will Stone อีกด้วย
                           Nina Parry เล่าถึงโรงพยาบาล Great Western ในเมือง Swindon ที่เคยเธอเข้ารับการรักษา เธอกล่าวว่าโรงพยาบาลนี้เป็นโรงพยาบาลที่มีความเชี่ยวชาญในการรักษาผู้ป่วยและคำนึงถึงความต้องการของผู้ป่วยเป็นอย่างมาก โดยโรงพยาบาลได้เปิดให้ผู้ดูแลของผู้ป่วยสามารถเข้าไปในหอผู้ป่วยใน (Ward) เพื่อให้การดูแลแก่ผู้ป่วยอย่างใกล้ชิดได้ โดยตัวแทนจากโรงพยาบาลดังกล่าว กล่าวว่า บุคลากรทางการแพทย์ในโรงพยาบาลของเขาจะทำงานร่วมกับผู้ดูแลเสมอ ไม่ว่าจะเป็นผู้ดูแลที่ได้รับค่าจ้างหรือผู้ดูแลซึ่งเป็นญาติของผู้ป่วยก็ตาม เพื่อช่วยดูแลผู้ป่วยระหว่างการเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล
                   ซึ่งแม้เจ้าหน้าที่หรือบุคลากรทางการแพทย์ในโรงพยาบาลจะรับผิดชอบในการดูแลโดยรวมให้กับผู้ป่วยอยู่แล้ว แต่ผู้ดูแลก็ยังสามารถช่วยรับผิดชอบหน้าที่บางประการที่เป็นความต้องการเฉพาะของผู้ป่วยในหอผู้ป่วยในได้
                   Poppy บุตรสาววัย ๑๖ ปีของ Joanna ซึ่งอาศัยอยู่ใกล้เมือง Swindon ซึ่ง Poppy มีภาวะสมองพิการโดยมีความเสียหายทางสมองอย่างรุนแรงและตาบอด เธอต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดแบบตัวต่อตัวทุกครั้งเมื่อเธออยู่ในโรงพยาบาล โดย Joanna ทำงานเป็นพยาบาล เธอเห็นว่า Nina’s Law จะช่วยลดภาระของเจ้าหน้าที่และช่วยให้การส่งผู้ป่วยกลับไปดูแลต่อที่บ้านเป็นไปอย่างต่อเนื่องและราบรื่นขึ้น Joanna ชี้ว่าข้อเสนอนี้ไม่ใช่การให้ผู้ดูแลเข้ามาทำหน้าที่แทนพยาบาล แต่เป็นการช่วยดูแลเรื่องพื้นฐานในชีวิตประจำวันของผู้ป่วย โดยทำงานร่วมกับบุคลากรทางการแพทย์ของโรงพยาบาล
                   เธอยังกล่าวด้วยว่า ผู้ป่วยบางคนต้องเผชิญความเสี่ยงที่จะต้องเสียผู้ดูแลที่ไว้วางใจไป ระหว่างที่พวกเขาอยู่ในโรงพยาบาล ซึ่งแม้ผู้ดูแลบางคนยังคงได้รับค่าจ้างในช่วงที่ผู้ป่วยอยู่ในโรงพยาบาล แต่ในกรณีที่ผู้ดูแลบางคนที่ไม่ได้รับค่าจ้างเป็นเวลา ๓ หรือ ๔ สัปดาห์ ก็อาจทำให้พวกเขาขาดรายได้และต้องไปหางานอื่น และการที่ผู้ป่วยต้องหาผู้ดูแลคนใหม่ระหว่างที่ยังคงอยู่ในโรงพยาบาลนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย

ข่าวประจำวันที่ ๗ เมษายน ๒๕๖๙
แปลและเรียบเรียงจาก https://www.bbc.com/news/articles/cy8pllxr7pdo
*บทความในเว็บไซต์เป็นผลงานทางวิชาการของผู้เขียนเว็บไซต์ LawforASEAN / สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ไม่จำเป็นต้องเห็นพ้องด้วย

 

© 2025 Office of the Council of State.