[TH] องค์กรสัตว์ป่าจี้รื้อกฎหมายเลี้ยงสัตว์ป่าของอังกฤษ! ชี้ล้าสมัยและเอื้อต่อการทารุณกรรมสัตว์
ข่าวต่างประเทศ
31 Jul 2026
ศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าและองค์กรการกุศลด้านสัตว์ป่าออกมาวิพากษ์วิจารณ์กฎหมายที่ประกาศใช้มาแล้วกว่า ๕๐ ปี เพื่อควบคุมการเลี้ยงสัตว์ต่างถิ่น (exotic animals) ในสหราชอาณาจักรว่า “ล้าสมัย”
Lindsay McKenna เจ้าของศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ต่างถิ่น Wildside (Wildside Exotic Rescue) ในเขต Herefordshire กล่าวว่า กฎหมายว่าด้วยสัตว์ป่าอันตราย (Dangerous Wild Animals Act: DWA) ยิ่งซ้ำเติมปัญหาที่เกิดจากการที่ประชาชนนำสัตว์ต่างถิ่นมาเลี้ยง ซึ่งเธอมองว่าเป็นการกระทำที่โหดร้ายต่อสัตว์ เธอกล่าวว่าสัตว์ป่าควรได้ใช้ชีวิตอยู่ในธรรมชาติ ไม่ใช่ถูกเลี้ยงไว้เพื่อความบันเทิงของมนุษย์
ด้านโฆษกกระทรวงสิ่งแวดล้อม อาหาร และกิจการชนบท (Department for Environment Food and Rural Affairs) ระบุว่า ผู้ที่ยื่นขออนุญาตเลี้ยงสัตว์ต่างถิ่น (exotic animals) ในสหราชอาณาจักรจะต้องผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติโดยละเอียด และใบอนุญาตดังกล่าวก็มีเงื่อนไขที่เข้มงวดกำกับไว้ ซึ่งผู้เลี้ยงสัตว์จะต้องปฏิบัติตาม
ศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่า Wildside ของ Lindsay McKenna ที่เมือง Ross-on-Wye ดำเนินงานมาแล้ว ๑๗ ปี และปัจจุบันดูแลสัตว์ป่าหรือสัตว์อันตรายที่ได้รับการช่วยเหลือจากมาจากครัวเรือนของประชาชนที่อาจมีการดูแลที่ไม่เหมาะสมมากกว่า ๒๐๐ ตัว โดยสัตว์ที่ได้รับการช่วยเหลือ ได้แก่ ม้าลาย แร็กคูน ลิง และแมวป่าขนาดใหญ่
Lindsay McKenna ยกตัวอย่างประเด็นเรื่องขนาดกรงเลี้ยงสัตว์ เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงข้อบกพร่องของกฎหมายว่าด้วยสัตว์ป่าอันตราย (DWA) เธอกล่าวว่า กฎหมายกำหนดให้เสือพูมา (mountain lion) มีพื้นที่เลี้ยงขั้นต่ำเพียง ๒๘ ตารางเมตร ซึ่งเล็กกว่าห้องนั่งเล่นทั่วไปเสียด้วยซ้ำ เธอกล่าวว่า แม้แต่เสือพูมาทั้ง ๑๑ ตัวที่เธอดูแลอยู่ เธอก็ไม่ยอมให้อยู่ในพื้นที่ขนาด ๒๘ ตารางเมตรแม้เพียงชั่วโมงเดียว นับประสาอะไรกับการต้องให้พวกมันอยู่ทั้งชีวิต
เมื่อพูดถึงกฎหมายว่าด้วยสัตว์ป่าอันตราย (DWA) Lindsay McKenna ยังวิพากษ์วิจารณ์ว่ากฎหมายฉบับนี้ไม่เคยมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงเลยนับตั้งแต่เริ่มบังคับใช้ เธอคิดว่าการที่กฎหมายฉบับนี้ไม่เคยถูกแก้ไขเลยนั้น สะท้อนถึงธรรมชาติของมนุษย์ได้เป็นอย่างดี มนุษย์เลือกที่จะครอบครองสัตว์มากกว่าจะปกป้องถิ่นที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติของสัตว์เหล่านั้น
เธอกล่าวเสริมว่า เธอไม่อยากบอกว่าศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าของเธอเป็นคำตอบของปัญหาการค้าสัตว์ป่า เพราะแม้การอยู่ที่นี่อาจจะดีกว่าสถานที่เดิมซึ่งสัตว์เหล่านั้นถูกขังอยู่ในโรงรถหรือกรงแคบ ๆ แต่ก็ยังไม่ใช่สภาพธรรมชาติที่สัตว์ป่าควรดำรงชีวิตอยู่
Kirsty Gallacher ผู้ประกาศข่าวและผู้อุปถัมภ์ขององค์กรการกุศลด้านสัตว์ป่า Born Free กล่าวว่า องค์กรการกุศลของเธอกำลังเรียกร้องให้มีการทบทวนกฎหมายว่าด้วยสัตว์ป่าอันตราย (Dangerous Wild Animals Act) ฉบับนี้ ซึ่งค่อนข้างล้าสมัยแล้ว
เธอขอเชิญชวนประชาชนให้ร่วมสนับสนุนการรณรงค์ดังกล่าวเพื่อเรียกร้องให้มีการทบทวนกฎหมายฉบับนี้ และขอให้ทุกคนร่วมลงชื่อในคำร้องเพื่อพิจารณาหาทางยุติปัญหาดังกล่าว
ข้อมูลจากองค์กรการกุศล Born Free ระบุว่า ปัจจุบันยังมีใบอนุญาตที่ยังมีผลใช้บังคับหรือคำขออนุญาตเลี้ยงสัตว์ป่าตามกฎหมายว่าด้วยสัตว์ป่าอันตราย (DWA) รวมกันมากกว่า ๒,๒๐๐ ฉบับ
ในจำนวนนี้ มีลิง primates สายพันธุ์อันตรายประมาณ ๓๐๐ ตัว สัตว์ในกลุ่มจระเข้ ๗๙ ตัว แมวป่า ๑๖๖ ตัว และงูพิษมากกว่า ๕๐๐ ตัว ซึ่งหมายความว่ามีงูพิษอันตรายอยู่ในบ้านเรือนของประชาชนมากกว่าที่มีอยู่ในสวนสัตว์ถึง ๑๐ เท่า และจากใบอนุญาตที่ยังมีผลบังคับใช้ทั้งหมดมีใบอนุญาตที่อยู่ในเขต West Midlands มากถึง ๑๙๐ ฉบับ
ข่าวประจำวันที่ ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙
แปลและเรียบเรียงจาก https://www.bbc.com/news/articles/cwye7j5pwrpo
*บทความในเว็บไซต์เป็นผลงานทางวิชาการของผู้เขียนเว็บไซต์ LawforASEAN / สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาไม่จำเป็นต้องเห็นพ้องด้วย