[TH] อาร์เจนตินาแก้กฎหมายธารน้ำแข็งเอื้อการทำเหมืองแร่ในพื้นที่คุ้มครอง ด้านนักอนุรักษ์หวั่นกระทบแหล่งน้ำสำคัญ!
ข่าวต่างประเทศ
30 Jun 2026
รัฐสภาอาร์เจนตินาได้ผ่านการแก้ไขกฎหมายที่เป็นข้อถกเถียงอยู่ในขณะนี้ ซึ่งทำให้การดำเนินกิจกรรมเหมืองแร่ในพื้นที่ธารน้ำแข็ง (glacier regions) สามารถทำได้ง่ายขึ้น ซึ่งกลุ่มนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเตือนว่า การแก้ไขกฎหมายครั้งนี้จะทำให้มาตรการคุ้มครองแหล่งน้ำที่สำคัญของประเทศอ่อนแอลง
กฎหมายธารน้ำแข็ง (Glacier Law) ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นกฎหมายบุกเบิกและประกาศใช้ในปี ค.ศ. ๒๐๑๐ นั้น กำหนดห้ามการทำกิจกรรมเหมืองแร่และการสำรวจแร่ทั้งหมดในพื้นที่ธารน้ำแข็ง โดยกำหนดให้พื้นที่ดังกล่าวเป็น “แหล่งกักเก็บน้ำ” ที่ต้องได้รับการคุ้มครอง
การแก้ไขกฎหมายครั้งนี้ได้มีการโอนอำนาจในการกำหนดเขตพื้นที่คุ้มครองธารน้ำแข็ง จากเดิมที่อยู่ในความรับผิดชอบของสถาบัน หิมะ น้ำแข็ง และวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม (Argentine Institute for Snow, Ice and Environmental Sciences: Ianigla) ไปเป็นอำนาจของรัฐบาลของแต่ละจังหวัด (provincial governments)
ประธานาธิบดี Javier Milei ซึ่งสนับสนุนการแก้ไขกฎหมายดังกล่าว กล่าวว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เพิ่มอำนาจให้จังหวัดต่าง ๆ สามารถใช้ประโยชน์จากทรัพยากรของตนเอง และอนุญาตให้มีการทำเหมืองในพื้นที่ที่ไม่มีสิ่งใดที่ต้องให้ความคุ้มครอง
ก่อนหน้านี้ วุฒิสภาอาร์เจนตินาได้อนุมัติร่างกฎหมายดังกล่าวไปแล้วเมื่อกุมภาพันธ์ ค.ศ. ๒๐๒๖ ดังนั้น การเห็นชอบของสภาผู้แทนราษฎรจึงเป็นอุปสรรคสำคัญด่านสุดท้าย โดยฝ่ายที่คัดค้านการแก้ไขกฎหมายโต้แย้งว่า มาตรการดังกล่าวจะทำให้ทรัพยากรพื้นฐาน เช่น น้ำ ตกอยู่ในความเสี่ยง โดย Natalia de la Sota สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า หากไม่มีน้ำ เราก็ไม่สามารถแม้แต่จะคิดถึงโครงการเพื่อการเติบโตและการพัฒนาด้านอื่น ๆ ได้เลย
อย่างไรก็ตาม Nancy Picón Martínez สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้สนับสนุนร่างกฎหมาย กล่าวว่า อุตสาหกรรมเหมืองแร่ถูกมองราวกับเป็นสิ่งชั่วร้าย พร้อมยืนยันว่า กฎหมายฉบับนี้ยังคงคุ้มครองธารน้ำแข็ง แม้ว่าจะมีผู้ที่พยายามทำให้เข้าใจเป็นอย่างอื่นก็ตาม
ภายใต้การปฏิรูปกฎหมาย ธารน้ำแข็งและพื้นที่รอบธารน้ำแข็ง (Periglacial Environment) ซึ่งเป็นพื้นที่ที่แม้อาจไม่มีน้ำแข็งปกคลุมตลอดเวลา แต่มีสภาพเยือกแข็งในบางช่วงของปี จะยังคงได้รับการคุ้มครองภายใต้บัญชีข้อมูลธารน้ำแข็งแห่งชาติของสถาบัน Ianigla (national Ianigla inventory) จนกว่าผู้นำของแต่ละจังหวัดจะพิสูจน์ได้ว่าพื้นที่ดังกล่าวไม่ได้เป็นแหล่งกักเก็บน้ำเชิงยุทธศาสตร์
ปัจจุบัน อาร์เจนตินามีธารน้ำแข็งอยู่ทั้งสิ้นจำนวน ๑๖,๙๖๘ แห่ง ซึ่งเป็นแหล่งต้นน้ำของลุ่มน้ำ ๓๖ แห่งใน ๑๒ จังหวัด และเป็นแหล่งน้ำสำหรับประชาชนประมาณ ๗ ล้านคน โดยน้ำที่เกิดจากการละลายของธารน้ำแข็งมีบทบาทสำคัญในการลดผลกระทบจากภัยแล้ง โดยเฉพาะในจังหวัดที่มีลักษณะภูมิอากาศแบบกึ่งแห้งแล้ง เช่น Mendoza ซึ่งกำลังเผชิญปัญหาภัยแล้งบ่อยครั้งขึ้น จากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (climate change)
กลุ่มผู้ว่าราชการจังหวัดจากจังหวัดที่มีทรัพยากรแร่จำนวนมาก ได้แก่ Catamarca, Jujuy, Salta, Mendoza และ San Juan ต่างให้การสนับสนุนร่างกฎหมายฉบับนี้ โดยระบุว่ากฎหมายธารน้ำแข็งปี ค.ศ. ๒๐๑๐ เป็นอุปสรรคต่อเป้าหมายในเรื่องการส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนของจังหวัดและประเทศโดยไม่กระทบต่อคนรุ่นหลัง
อย่างไรก็ตาม องค์กรรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อม Greenpeace วิจารณ์กฎหมายฉบับนี้ โดยให้เหตุผลว่า ไม่ใช่ทุกธารน้ำแข็งและพื้นที่รอบธารน้ำแข็งบางแห่งเป็นแหล่งกักเก็บน้ำเชิงยุทธศาสตร์
Agostina Rossi Serra นักชีววิทยาของ Greenpeace กล่าวว่า หน้าที่สำคัญของธารน้ำแข็งทุกแห่ง รวมถึงพื้นที่โดยรอบธารน้ำแข็งทั้งหมดคือการเป็นแหล่งกักเก็บน้ำจืด (freshwater reservoir) และอธิบายเพิ่มเติมว่า พื้นที่แวดล้อมรอบธารน้ำแข็งไม่เพียงเป็นแหล่งกักเก็บน้ำเพราะมีน้ำอยู่ภายในเท่านั้น แต่ยังค่อย ๆ ละลายอย่างต่อเนื่องซึ่งเป็นแหล่งน้ำหล่อเลี้ยงแม่น้ำและลำธารทั่วประเทศอีกด้วย และพื้นที่ส่วนใหญ่ของอาร์เจนตินา โดยเฉพาะจังหวัดที่ผลักดันให้มีการแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ เป็นพื้นที่แห้งแล้งและกึ่งแห้งแล้ง ซึ่งน้ำถือเป็นทรัพยากรที่หายาก
ข่าวประจำวันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๖๙
แปลและเรียบเรียงจาก https://www.bbc.com/news/articles/c5y72e6x554o
*บทความในเว็บไซต์เป็นผลงานทางวิชาการของผู้เขียนเว็บไซต์ LawforASEAN / สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาไม่จำเป็นต้องเห็นพ้องด้วย