[TH] กลุ่มนักแสดงในอังกฤษเรียกร้องให้รัฐบาลออกกฎหมายคุ้มครองเสียงของตน หลังจากถูก AI นำเสียงไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตอย่างแพร่หลาย
ข่าวต่างประเทศ
31 Aug 2026
นักแสดงหลายคนรวมถึง Matt Lucas Hugh Bonneville และ Nicola Coughlan ได้ร่วมกันยื่นคำร้องถึงรัฐบาลอังกฤษเพื่อเรียกร้องให้มีมาตรการทางกฎหมายที่เข้มงวดมากขึ้นในการคุ้มครองป้องกันมิให้เสียงของพวกเขาถูกปัญญาประดิษฐ์ (AI) นำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต โดยกลุ่มนักแสดงได้เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี Andy Burnham ผลักดันกฎหมายที่จะให้ประชาชนทุกคนในอังกฤษมีสิทธิทางกฎหมายในการเป็นเจ้าของเสียงของตนเอง
ปัจจุบันเสียงที่โคลนนิ่งด้วย AI ถูกสร้างเลียนแบบมาจากการนำเสียงบันทึกของคนจริงไปใช้ฝึกระบบ AI ซึ่งการสร้างเสียงเลียนแบบแบบง่าย ๆ นั้นสามารถทำได้ภายในเวลาไม่กี่นาที จากเสียงต้นฉบับที่มีความยาวเพียงไม่กี่วินาที แต่การเลียนแบบที่คุณภาพสูงอาจต้องใช้เวลาหลายชั่วโมง
Alice Sockett นักอ่านหนังสือเสียงและผู้ร่วมก่อตั้งแคมเปญนี้กล่าวว่าประเด็นนี้ถือเป็นภัยคุกคามต่ออุตสาหกรรมของเขา เธอกล่าวว่าเสียงของเธอกำลังถูกเผยแพร่ในที่สาธารณะ และไม่ได้รับการคุ้มครองใด ๆ เลย นอกจากนี้ ยังพบว่ามีการขโมยเสียงมากขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกสัปดาห์
โฆษกรัฐบาลให้สัมภาษณ์กับ BBC ว่า แม้การจำลองเสียงแบบดิจิทัลจะเป็นเครื่องมือที่ทรงพลัง โดยเฉพาะอุตสาหกรรมการผลิตเนื้อหาต่าง ๆ (creative industries) แต่เทคโนโลยีดังกล่าวก็อาจก่อให้เกิดความเสียหายได้เช่นกัน โดยรัฐบาลยืนยันว่าจะให้ความสำคัญกับการคุ้มครองผู้สร้างสรรค์ผลงานที่เป็นคนจริง และเตรียมเปิดการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะเกี่ยวกับแนวทางรับมือกับผลกระทบดังกล่าว ขณะเดียวกันก็ต้องการสนับสนุนนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีให้เป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
ทั้งนี้ มีนักแสดงกว่า ๘๐ คนที่ร่วมลงชื่อในคำร้องฉบับนี้ โดย Siobhán McSweeney นักแสดงจากซีรีส์ Derry Girls กล่าวว่าเธอรู้สึกกังวลอย่างมากที่รัฐบาลยังไม่มีการจัดการกับเรื่องนี้ พร้อมทั้งกล่าวว่า AI ควรทำงานร่วมกับมนุษย์และเป็นเครื่องมือที่ช่วยสร้างประโยชน์ให้กับมนุษย์ แทนที่จะเข้ามาแทนที่มนุษย์ เพราะผู้ชมยังต้องการความเชื่อมโยงด้านอารมณ์และความรู้สึกที่เกิดจากมนุษย์ ไม่ใช่จาก AI
นอกจากกลุ่มนักแสดงแล้วยังมีผู้ร่วมลงนามคนอื่น ๆ รวมถึงผู้ที่ทำงานในอุตสาหกรรมการแสดงประเภทอื่น โดยหนึ่งในนั้นคือ Sandi Thom นักร้องชาว Scotland ที่มีชื่อเสียงจากเพลงฮิตปี ค.ศ. ๒๐๐๖ อย่าง I Wish I Was a Punk Rocker (With Flowers in My Hair) เธอกล่าวว่าเหตุผลที่เธอร่วมลงนามในคำร้องฉบับนี้ เพราะเสียงของเธอเป็นสิ่งที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและติดตัวเธอมาตั้งแต่เกิด และเบื้องหลังเสียงนั้นประกอบไปด้วยอารมณ์ ประสบการณ์ชีวิต ความเจ็บปวด น้ำตา และความสุขที่เธอได้ประสบพบเจอมาตลอดชีวิต พร้อมย้ำว่า หากปราศจากความคิดสร้างสรรค์ มนุษย์ก็ไม่มีความหมายใด ๆ
โดยความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงไม่กี่เดือนหลังจากที่นักกฎหมายออกมาเตือนว่า กฎหมายของอังกฤษในปัจจุบันไม่เพียงพอกับสถานการณ์ในขณะนี้อีกต่อไป เนื่องจากเทคโนโลยี AI พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว โดย Dr Mathilde Pavis กล่าวเมื่อเดือนมิถุนายน ค.ศ. ๒๐๒๖ ว่า แม้กฎหมายจะให้ความคุ้มครองในบางส่วน แต่ยังไม่สามารถคุ้มครองเสียง ใบหน้า และตัวตนของบุคคลได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์
อย่างไรก็ตาม ในคนบางกลุ่ม เช่น ผู้ที่ไม่สามารถพูดได้ตามปกติเนื่องจากอาการเจ็บป่วย กลับรู้สึกยินดีกับเทคโนโลยีที่สามารถจำลองเสียงของบุคคลได้
Yvonne Johnson ผู้สูญเสียเสียงพูดจากโรคที่มีความเสื่อมอย่างต่อเนื่องของเซลล์ประสาทสั่งการ (motor neurone disease) ได้ให้สัมภาษณ์กับรายการ Tech Life ของ BBC เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. ๒๐๒๖ ว่า การได้ยินเสียงของตนเองที่ถูกโคลนนิ่งด้วย AI นั้นทำให้เธอรู้สึกทึ่งมาก และทำให้เธอรู้สึกใกล้ชิดกับครอบครัวมากขึ้น เนื่องจากพวกเขาเริ่มลืมไปแล้วว่าเสียงของเธอเป็นอย่างไร
นอกจากนี้ บางคนยังใช้ AI ไม่เพียงเพื่อจำลองเสียงของบุคคลเท่านั้น แต่ยังสร้างภาพจำลองแบบโฮโลแกรมของบุคคลนั้นขึ้นมาด้วย
Pam Cronrath จากรัฐ Washington ใช้เทคโนโลยีนี้เพื่อสร้างความประหลาดใจให้แก่ผู้ที่มาร่วมไว้อาลัยในงานศพของสามีของเธอ โดยมีภาพดิจิทัลของสามีของเธอพูดกับแขกที่มาร่วมงาน เธอกล่าวกับ BBC News ว่า เธอรู้สึกประทับใจอย่างมาก และภาพนั้นยังคงตราตรึงอยู่ในความทรงจำของเธอเสมอ
ข่าวประจำวันที่ ๒๙ สิงหาคม ๒๕๖๙
แปลและเรียบเรียงจาก https://www.bbc.com/news/articles/c4gv5gepxnyo
*บทความในเว็บไซต์เป็นผลงานทางวิชาการของผู้เขียนเว็บไซต์ LawforASEAN / สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาไม่จำเป็นต้องเห็นพ้องด้วย